สาระน่ารู้

บทความที่น่าสนใจ เกียวกับสุขภาพ

ทางเว็บไซต์ ได้นำบทความต่างๆมาจาก เว็บไซต์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจ

อย. จับมือ จุฬาฯ และ Thai PBS ร่วมกันเผยแพร่ความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผ่านสื่อเสริมความเข้มแข็งแก่ผู้บริโภค

อย. จับมือ จุฬาฯ และ Thai PBS ร่วมกันเผยแพร่ความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผ่านสื่อเสริมความเข้มแข็งแก่ผู้บริโภค

อย. ร่วมกับ จุฬาฯ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการเผยแพร่ความรู้และรณรงค์ส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค ผ่านสื่อ Thai PBS สื่อสาธารณะเพื่อประชาชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้บริโภครู้เท่าทัน การบริโภคอย่างปลอดภัย

 







  • สกัด `ข้อเข่าเสื่อม` ก่อนลุกลาม

    เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ก้าวสู่วัยสูงอายุ นอกจากปัญหาสุขภาพ "กลุ่มโรคเรื้อรัง" เผชิญกับภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือดแล้ว โรคที่เกี่ยวเนื่อง กับโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ "โรคข้อเข่าเสื่อม" นับเป็นอีกปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่สร้างความทุกข์ทรมาน ...
    ปัจจุบันการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย สมุนไพร นับเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับการตอบรับ สำหรับโรคปวดเข่า "ข้อเข่าเสื่อม" พท.ป.อังสนาภรณ์ พานิชอนุเคราะห์กุล แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน กระทรวงสาธารณะสุขให้ความรู้ แนะนำการดูแลสุขภาพก่อนโรคลุกลามว่า ข้อเข่าเสื่อมพบได้กับทุกเพศวัย แต่โดยส่วนมากมักพบในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ก็อาจมีภาวะป่วยเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น และก้าวสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อมอย่างแท้จริง !
    "ข้อเข่าเสื่อมทางการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นเรื่องของข้อต่อ กระดูกอ่อน ตรงบริเวณข้อเข่าเสื่อมสภาพบาง ลง ทำให้บริเวณกระดูกเสียดสีกันมากขึ้น ทำให้เกิดอาการบวมแดง น้ำในข้อเข่ามีมากขึ้น เกิดเป็นอาการปวดขัด เจ็บ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากเพิ่มขึ้น ไม่สามารถจะ นั่งยอง ๆ หรือนั่งพับเพียบได้
    แต่ทางแพทย์แผนไทย เป็นโรคที่เกี่ยวเนื่องกับ 'ลม" เป็นลมชนิดหนึ่งที่ทำให้เลือดตกตะกอนที่บริเวณข้อ ซึ่งจะพบที่ข้อเข่าและข้อเท้า โดยเมื่อเทียบกับการแพทย์ปัจจุบันพบบริเวณที่ข้อเข่า แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ ลมจับโปงน้ำ และลมจับโปงแห้ง"
    "ลมจับโปงน้ำ" หรือ "ลมจับโปงแห้ง" โรคดังกล่าวมี ลักษณะของข้อเข่าที่มีอาการปวด บวมแดงร้อนชัดเจน คนไข้อาจมีอาการสะบัดร้อน สะบัดหนาว มีอาการของไข้ ส่วนอีกชนิด "โรคลมจับโปงแห้ง" อาการจะคล้ายคลึงกัน ปวด บวมแดง แต่จะเห็นเพียงเล็กน้อย ไม่มาก แต่สิ่งที่จะเห็นชัดเจนคือ ข้อเข่าจะมีเสียงกอบแกบ มีอาการติดขัดของข้อที่ชัดเจนขึ้น และโดยทั่วไปสาเหตุของโรคทางแพทย์แผนไทยมองว่า การเกิดโรคต่าง ๆ เกิดจากธาตุแปรเปลี่ยนไป ประกอบกับ มูลเหตุการเกิดโรค เกิดจากอาหาร อิริยาบทและอากาศ อย่างเช่น อาหาร รับประทานอาหารที่เป็นของแสลงในปริมาณมาก ๆ ไม่ควบคุมน้ำหนักตัว โดยหากน้ำหนักมากขึ้นจะสร้างปัญหาที่ข้อเข่าได้
    ขณะที่การยืนนาน ๆ เดินมาก ๆ ก็ทำให้เกิดปัญหากับข้อเข่าได้เช่นกัน รวมถึงอากาศที่มีความร้อน ความเย็น อากาศที่แปรเปลี่ยนไปก็ส่งผลกระทบได้...
    การรักษาแพทย์จะทำการตรวจอาการและซักประวัติ พร้อมกับสังเกตอาการของผู้ป่วย ทั้งนี้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในปัจจุบันพบผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคข้อเข้าเสื่อมจำนวนมาก และนอกจากการรักษาด้วยยาทางเวชกรรมแผนไทย ยังใช้การนวดเป็นการรักษาแบบองค์รวม
    ยาสมุนไพรที่ใช้ อาทิ ขี้ผึ้ง ยาหม่อง ฯลฯ สรรพคุณช่วยลดการตึงของกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวด ขณะที่ยาทานมีหลายตัวยาสมุนไพร ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ใช้วิธีการพอกยาสมุนไพรร่วมด้วย ฯลฯ จากการศึกษา การรักษาจับโปงน้ำด้วยการแพทย์แผนไทย สมุนไพร พบการเปลี่ยนแปลงภายใน 2 สัปดาห์ โดยมีรายงานวิจัยรองรับ ส่วนลักษณะของจับโปงแห้ง อาจใช้ระยะเวลาที่นานเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผลการรักษา
    "การรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยสามารถช่วย ประคับประคองก่อนโรคลุกลามและทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ "กลุ่มเสี่ยง" จากที่อาการเข่าบวม หากละเลยไม่รับการรักษาอาจทำให้เข่าผิดรูป เข่าโตขึ้น ไม่สามารถเดินไปไกล ๆ ได้ หรือนั่งพับเพียบได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติกิจวัติประจำวัน เพราะมีอาการปวดเข่าเข้ามาบั่นทอนการป้องกันดูแลสุขภาพนับแต่เบื้องต้น ก่อนเข้าสู่กลุ่มเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นโรค การเข้ารับการรักษาก็จะช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น มีความสุขและอยู่กับโรคได้โดยไม่วิตกกังวล"
    คุณหมอกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อาหารและการออกกำลังกายก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ โดยลดเลี่ยงอาหารแสลง รับประทาน ตามธาตุเจ้าเรือน อาหารที่มีรสมัน อย่างเช่น ธัญพืชต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วงา น้ำเต้าหู้ ผักโสน ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฯลฯ ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและเส้นเอ็น รวมถึงแนะนำท่าออกกำลังกายฤษีดัดตน โดยทำได้ด้วยตนเอง เช่น ท่าดำรงกายอายุยืน ด้วยการยืนขาแยก มือประสานคล้ายจับกระบอง ค่อย ๆ ย่อตัวลง หรือในท่านั่ง โดยนั่งเหยียดขา ยื่นออก ค่อย ๆ ใช้มือกดนวดไล่ลงจากเหนือเข่าถึงปลายเท้า และจากปลายเท้ากดไล่ขึ้นมา สำหรับท่านั่งทำติดต่อกันประมาณ 5-10 ครั้งติดต่อกัน จะช่วยเปิดทางเลือด ทางลม คลายความเมื่อยล้าและยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับข้อเข่า และชะลอการเสื่อมได้อีกด้วย
  • กล้วย
    `กล้วย` รักษาโรคกระเพาะ

    ว่ากันว่า "กล้วย" เป็นผลไม้ที่เกิดมาเพื่อดูแลท้องไส้โดยเฉพาะไม่ใช่แค่แก้ท้องหิว หรือท้องผูกเท่านั้น ในหนังสือ "บันทึกของแผ่นดิน" เล่มที่ 6 สมุนไพรท้องไส้ในวิถีอาเซียน
    โดย เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ให้ความรู้ว่า มีการวิจัยโดยใช้กล้วยรักษาโรคกระเพาะ พบว่าได้ผลน่าพอใจ เนื่องจากกล้วยไปกระตุ้นให้ผนังกระเพาะสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น เยื่อเมือกนี้จะปิดแผลทำให้แผลหายเร็ว ผู้ที่มีปัญหาแผลในกระเพาะจะมีอาการดีขึ้น กระเพาะแข็งแรงขึ้นโอกาสเป็นแผลก็น้อยลง แต่ไม่ไปลดกรดอันจะไปทำลายกลไกธรรมชาติของร่างกาย จนทำให้เกิดความแปรปรวนของธาตุในร่างกาย ดังนั้น กล้วยจึงเป็นทั้งยารักษาและป้องกันโรคกระเพาะในเวลาเดียวกัน
    นอกจากนี้ กล้วยยังช่วยคลายเครียดจากการที่กรดอะมิโนทริปโทเฟนที่มีอยู่ในกล้วยเปลี่ยนเป็นซีโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้เกิดอาการผ่อนคลาย อารมณ์ผ่องใส และรู้สึกมีความสุข เรารู้กันดีว่าความเครียดเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ กล้วยจึงช่วยรักษาโรคกระเพาะอย่างเป็นองค์รวมเลยทีเดียว
    ตำรับยาแก้โรคกระเพาะ ให้นำกล้วยดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ อบให้แห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส หรือตากแดดอ่อนๆ จนกว่าจะแห้ง ห้ามใช้ความร้อนสูงกว่านี้เด็ดขาด เพราะสารที่มีฤทธิ์รักษาโรคกระเพาะในกล้วยจะสูญเสียหรือหมดฤทธิ์ไป จากนั้นนำมาบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ก่อนอาหารวันละ 3 เวลา หรือจะผสมกับน้ำผึ้งด้วยก็ได้
  • 5 วิธีช่วยให้นอนหลับสนิท

    การนอนหลับให้เพียงพอ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับร่างกาย เพราะในขณะที่คุณกำลังพักผ่อน ร่างกายจะเริ่มซ่อมแซมส่วนต่างๆ ตั้งแต่เซลล์ผิวที่เสียหายไปจนถึงการขับสารพิษที่สะสมอยู่ในสมอง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนที่จะเริ่มวันใหม่ แน่นอนว่าหากคุณนอนไม่พอจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณในระยะสั้นและระยะยาว เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเสี่ยงป่วยเป็นโรคหัวใจ อาการอักเสบ ภาวะซึมเศร้า และระบบภูมิคุ้มกัน
    ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ วันนี้เราจึงมี 5 ข้อที่คุณควรปฏิบัติก่อนนอน ช่วยให้หลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้น มานำเสนอ
    1. นั่งสมาธิ
    จากการวิจัยในปี 2015 พบว่าการนั่งสมาธิวันละ 5-20 นาที จะช่วยให้คุณนอนหลับได้เร็วขึ้นกว่าวิธีอื่น การฝึกสมาธิจะช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบนิ่ง ลองนั่งสมาธิก่อนนอนด้วยการเพ่งไปที่ลมหายใจเพื่อขจัดอารมณ์ต่างๆ ในจิตใจ หากจิตใจยังเตลิดก็เพ่งไปที่ลมหายใจใหม่และสังเกตความคิดโดยปราศจากการตัดสินใดๆ เพื่อไม่ให้สมองของคุณรู้สึกว่าถูกกระตุ้น
    2. ใช้กลิ่นเข้าช่วย
    รู้หรือไม่กลิ่นคือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณนอนหลับได้สบายมากยิ่งขึ้น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์จะช่วยให้จิตใจสงบและนอนหลับได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเชื่อว่ามีฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมอง กลิ่นลาเวนเดอร์จะช่วยลดทั้งอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตซึ่งจะช่วยให้คุณนอนหลับได้เร็วขึ้น สำหรับตอนเช้าหากคุณเป็นคอกาแฟกลิ่นกาแฟหอมนี้จะช่วยให้คุณตาสว่างขึ้นมาเกือบทันที
    3. ตื่นนอนให้ตรงเวลา
    จงตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน (16 ชั่วโมงก่อนการนอนครั้งต่อไป) เนื่องจากหลังจากที่คุณตื่นนอนมาแล้ว 16 ชั่วโมง จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Sleep Pressure เข้ามารับช่วงต่อ นอกจากนี้การตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งหรือหกโมงนั้นเป็นเรื่องที่ดีและถ้าคุณเริ่มรู้สึกง่วงตอนประมาณสี่ทุ่มแล้วล่ะก็ กระโดดขึ้นเตียงได้เลย
    4. เย็นดีกว่าร้อน
    หากคู่รักของคุณชอบนอนท่ามกลางอากาศร้อนๆ แต่คุณชอบอากาศเย็นๆ ถือว่าคุณชนะ! เหตุผลคือโดยธรรมชาติอุณหภูมิร่างกายของคนเราจะตกลงก่อนช่วงเวลานอนซึ่งยังไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะอะไร แต่มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่านี่คือการกักเก็บพลังงานของร่างกาย การนอนในห้องที่อุณหภูมิสูงจะทำให้ร่างกายของคุณต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายส่งผลให้คุณตื่นบ่อยขึ้นและนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นการนอนในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
    5. ปรับท่านอนใหม่
    เมื่อสมองของคุณต้องทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน ปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญจึงก่อตัวขึ้น โชคดีที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วว่าสมองของเรามีระบบขับสารพิษและของเสียออกจากสมองเพื่อช่วยรักษาการทำงานของสมองให้เป็นปกติ ซึ่งจะทำงานตอนกลางคืน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการทำความสะอาดในตอนกลางคืนจะช่วยในเรื่องความจำ เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การนอนหลับไม่เพียงพอจะขัดขวางระบบการทำงานนี้ การวิจัยล่าสุดยังพบอีกว่าการนอนตะแคงจะทำให้ของเสียไหลเวียนสะดวกกว่าการนอนหงายหรือนอนคว่ำเมื่อมีการทดลองกับหนู

บทความที่น่าสนใจ เกียวกับสุขภาพจากเว็บอื่นๆ

 

โค๊ดแลกลิ้งค์

  • โค๊ตแลก ลิ้งค์
  • สนใจแลกลิ้งค์กับเรา นำ Code ด้านล่างไปติดไว้ที่เว็บไซต์ของท่าน มีให้เลือกสองรูปแบบ คือ texlink และ banner แล้วแจ้งเรามาที่ E-mail: beer_ninja_4@hotmail.com 
  • เราจะติดแบนเนอร์ของท่านให้ทันที
    (link ของท่านต้องมีขนาด 88x31 หากเลือกรูปแบบ banner)

แลกลิ้งค์ Banner Link  เตียงผ่าตัด,เตียงทำคลอด,โคมไฟ

<a href="http://www.healthcare-devices.com" rel="dofollow" target="_blank"><img border="0" 

alt="" src="www.healthcare-devices.com/images/editor/LOGO8.gif" title="เตียงผ่าตัด,เตียงทำคลอด,โคมไฟ" /></a>



Visitors: 10,587